กีฬาความเร็วแรง ท้าทายความสามารถของคุณ

ถ้าจะกล่าวถึงกีฬาที่ต้องใช้ความเร็วแรงแล้วละก็ คงมีให้เห็นไม่กี่ประเภท เช่น กีฬาความเร็วทางน้ำอย่างเจ็ทสกี กีฬาความเร็วในเรื่องความสวยงามอย่างสเก็ตน้ำแข็งลีลา และกีฬาความเร็วบนถนนอย่างการแข่งขันรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบและวิบาก เป็นต้น ซึ่งทุกรูปแบบที่กล่าวถึงนี้ ล้วนเป็นการประลองความเร็วแรงที่ต้องอาศัยความสามารถและการฝึกฝนอย่างดีก่อนการลงแข็ งเพราะเนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุจากการแข่งขันเหล่านี้แล้วละก็ น่าจะต้องได้รับบาดเจ็บกันยาวเลยทีเดียว

ประวัติและความน่าสนใจในการลงแข่งขันมอเตอร์ไซค์

การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ หรือหลายคนอาจจะคุ้นหูในชื่อของการแข่งขันแบบ MOTORSPORT ซึ่งก็คือการแข่งขันความเร็วของยานยนต์ เรามาดูในประเภทของมอเตอร์ไซค์กันก่อน ซึ่งในการแข่งขันกีฬา MOTORSPORT ในรูปแบบมอเตอร์ไซค์นั้น จะแบ่งเป็นทางเรียบและทางฝุ่น

ซึ่งแบบทางเรียบจะถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบคือ

                1.การแข่งขันที่เน้นไปที่เรื่องของความเร็วเป็นหลัก ซึ่งรถที่นำมาใช้แข่งนั้นต้องเป็นรถที่มีสร้างมาสำหรับใช้ในการแข่งเท่านั้น

                2.การแข่งขันแบบที่ประลองความเร็วโดยการใช้รถ Super sport ทั่วไปมาดัดแปลงเพื่อลงแข่ง โดยเป็นแข่งกันจากการวัดความเร็วแรงของรถและเวลาที่ทำได้เร็วที่สุด 2 รอบสนาม จากรถที่แต่งมาเพื่อพร้อมลงแข่งด้วยเครื่องยนต์สูงสุดที่ 4 สูบ พิกัดที่ 750 และ1200 CC เป็นการแข่งที่ท้าทายความสามรถอย่างยิ่ง

                3.แบบที่ 3 นี้ถือเป็นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่โหดที่สุดก็ว่าได้ เพราะเป็นการแข่งขันที่ต้องใช้ความอดทน แข็งแรง อย่างมากของนักบิด รวมถึงต้องดูแลสภาพรถมาเป็นอย่างดี เนื่องจากการแข่งขันประเภทนี้ใช้วลาในการขับขี่ยาวนานถึง 4 ชม.  และ 8 ชม. เลยทีเดียว โดยมีกติกาว่าไม่สามารถเปลี่ยนรถที่ใช้ในการลงแข่งได้ แต่สามารถเปลี่ยนคนขับได้ถึง 3 คน เพื่อสับเปลี่ยนกันในการลงแข่ง และดูแลรถที่ใช้แข่งทั้งการเติมน้ำมัน เติมลมยาง ด้วยตัวเอง จึงถือเป็นการแข่งในแบบทางเรียบที่ดูจะโหดที่สุดในการแข่งขันเลยก็ว่าได้

การแข่งขันแบบทางฝุ่น แบ่งออกเป็น 4 แบบ คือ

1.การแข่งแบบวิบาก เป็นการแข่งมอเตอร์ไซค์แบบที่ไม่มีเบาะนั่ง เน้นการใช้รถที่มีน้ำหนักเบาไม่เน้นความแรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งต้องควบคุมการทรงตัวในการขี่ทางวิบากด้วย

2.การแข่งขันแบบวิบากเช่นกัน แต่เป็นการแข่งขันที่ระยะไกลกว่า และการใช้เครื่องยนต์ที่รอบต่ำเพื่อให้เครื่องสามารถวิ่งในระยะไกลได้มากขึ้น

3.การแข่งวิบากในลักษณะที่ต้องลุยบนถนนขรุขระ มีสิ่งกีดขวาง ขี่กระโดดขึ้นที่สูง พร้อมลุยได้ในสนามแข่ง

4.การแข่งแบบแรลลี่ทางไกลที่โหดอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะต้องลุยในสนามแข่งทะเลทราย ลุยในแบบทางเรียบและฝุ่น เจอกับทางที่ขรุขระ ลุยน้ำที่แฉะ ซึ่งรถที่ใช้ควรมีระบบที่ระบายความร้อนดี และมีการติดตั้งระบบบบอกพิกัดการเดินทางที่ดีด้วย

ความท้าทายในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์

เนื่องจากการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์วิบากมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบก็เป็นที่ชื่นชอบต่างกันออกไปแล้วแต่ใครจะชอบในความเร็วแรงธรรมดาตามทางเรียบหรือชอบในความเร็วแรงในแบบวิบาก ๆ ท้าทายความสามารถก็สามารถเลือกชมหรือเลือกลองฝึกเพื่อเพิ่มความสามารถและท้าทายความมันให้กับตัวเอง ก็คงสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว