นักแข่งรถต้องการขับให้รวดเร็วขึ้น สมรรถนะรถสำคัญไม่ต่างกับทักษะการขับขี่

เป้าหมายสำคัญของนักแข่งรถก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถถึงเส้นชัยได้เร็วที่สุด เทคนิคในการขับขี่มาจากประสบการณ์และการฝึกฝน เมื่อรถที่เข้าแข่งขันถูกจำกัดด้วยกำลังของเครื่องทำให้การทำความเร็วของรถแต่ละคันแทบไม่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นทักษะและความชำนาญของนักขับจึงมาเป็นอันดับหนึ่ง ในขณะที่สมรรถนะของรถที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญรองลงมา การทำงานร่วมกันระหว่างนักขับและทีมช่างหรือวิศวกรจึงต้องสัมพันธ์กัน นักขับมีความเชื่อมั่นในทีมของตัวเอง ในขณะที่ทีมช่างก็ต้องชำนาญในการปรับแต่งระบบขับเคลื่อนของรถให้เหมาะสมในการทำความเร็วที่สุด จุดที่เกิดการแพ้ชนะกันมากที่สุดก็คือการเข้าโค้ง ที่นักขับทุกคนพยายามทำความเร็วในขณะเข้าโค้งให้สูงที่สุด ภายใต้สมรรถนะของรถที่รองรับความเร็วและความแรงในขณะเข้าโค้งได้ดีที่สุดด้วยเช่นกัน นี่จึงเป็นโจทย์ที่เหล่าวิศวกรต้องมาขบคิดว่าทำอย่างไรรถจึงเข้าโค้งได้ด้วยความเร็วที่สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สมดุลของรถคือคีย์สำคัญในการเข้าโค้งได้ด้วยความเร็วสูงสุด

เมื่อพูดถึงความเร็วในการเข้าโค้งนั้นแน่นอนว่าย่อมไม่สูงไปกว่าความเร็วในการขับทางตรงเป็นแน่ แต่นักขับทั้งหลายต่างต้องการขับผ่านโค้งด้วยความเร็วที่สูงที่สุด หลักการสำคัญคือการควบคุมรถให้มีเสถียรภาพมากที่สุดเพื่อรักษาการทรงตัวในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง สมดุลของรถจะพิจารณาจากแกนสำคัญ 3 แกน คือแกนตามยาวเป็นแกนที่ผ่านจุดศูนย์กลางรถจากหน้าไปหลัง แกนตามขวางคือแกนที่ผ่านจุดศูนย์กลางรถจากซ้ายไปขวา และแกนแนวดิ่งเป็นแกนที่ผ่านจุดศูนย์กลางรถจากบนลงล่าง การขับรถให้มีเสถียรภาพคือการควบคุมให้รถมีสมดุลในทุก ๆ แกนสมมาตรเหล่านี้ แต่สภาพรถที่เหมาะสมกับสภาพสนามนั้นต้องมีการปรับแต่ง ปัญหาที่มักพบในการขับขี่ขณะเข้าโค้งมี 2 ประการด้วยกัน

  1. Under-steer เป็นลักษณะของการสูญเสียเสถียรภาพขณะเข้าโค้งในทิศทางพุ่งออกนอกโค้ง
  2. Over-steer เป็นลักษณะของการสูญเสียเสถียรภาพขณะเข้าโค้งในทิศทางที่พุ่งเข้าหาโค้งด้านใน

จริงอยู่ว่าปัญหาทั้งสองนี้ส่วนหนึ่งมาจากการควบคุมรถของนักแข่งรถเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาอีกส่วนหนึ่งมาจากการปรับแต่งรถให้เหมาะสมกับสนามแข่งแต่ละแห่งด้วยเช่นกัน

ปรับแต่งรถให้ลดปัญหาจากการเข้าโค้ง ตัวช่วยของชัยชนะในการแข่งขัน

ทีมวิศวกรได้หาวิธีปรับแต่งสภาพรถให้รองรับปัญหาในการเข้าโค้งทั้งแบบ Under-steer และ Over-steer ด้วยการปรับแต่งช่วงล่างให้เหมาะสมดังนี้

  1. (Roll Moment Distribution) ปรับเสถียรภาพของรถให้ดีขึ้น ทำได้ด้วยการเพิ่มฐานล้อให้กว้างและลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ ทำให้ประสิทธิภาพในการเข้าโค้งดีขึ้น
  2. (Camber change) ปรับมุมแคมเบอร์หรือมุมของล้อกับถนนให้เหมาะสม โดยมีเป้าหมายให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากที่สุด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสภาพของสนามแข่ง แต่ส่วนมากรถแข่งจะปรับให้มุมนี้มีค่าเป็นลบ หรือล้อจะแบะออกมากกว่าปกติเพื่อรองรับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
  3. (Roll steer) เป็นการปรับแต่งให้ล้อสามารถรองรับแรงในขณะเร่งหรือเบรกได้เหมาะสมที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมรถในขณะเข้าโค้งที่ต้องมีการเร่ง และเบรกมากกว่าการขับทางตรง

เมื่อทั้งนักขับและทีมวิศวกรทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ก็เป็นเรื่องไม่ยากที่การแข่งขันนั้นจะจบด้วยชัยชนะที่สวยงามแน่นอน